ระยอง- PLANET เปิดตัวต้นแบบเมืองดิจิทัล (Digital City) ในอีอีซีเตรียมเล็งขยาย สู่หัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ

ระยอง- PLANET เปิดตัวต้นแบบเมืองดิจิทัล (Digital City) ในอีอีซีเตรียมเล็งขยาย สู่หัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ

 


เมื่อวันที่ 8 มี.ค.65 PLANET วางศิลาฤกษ์ก่อสร้างอาคารศูนย์ปฎิบัติการดิจิทัส (DigitalMonitoring and Operation Center (DMOC) เพื่อควบคุมจัดการโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดบนพื้นที่ 51ไร่ ของโครงการ EEC SILICON TECH PARK ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Management of Basic nfrastmuctures) ชูเป็นต้นแบบเมืองอัริยะดิจิทัล (Digital Ciy Sandbosxy)แห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยใช้การรวมระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการบริหารจัดการหลายด้านประกอบด้วย Green Energy, Nextgen Telecom, Cloud Computing, AI/Analytics, IoT, Digital Twins, BigData and GIS ให้ทำงานร่วมกับในรูปแบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Piatforms) มั่นใจระบบดิจิทัลของSiicon Tech Park สามารถช่วยดึงดูดบริษัทเทคโนโสยีชั้นนำของโลกให้มาลงทุนตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&DCenter) และศูนย์การออกแบบ (Design Center) หลังจากได้เริ่มโรดโชว์แล้ว ได้รับกระแสตอบรับดีมากจากผู้ลงทุนทั่วโลก พร้อมเตรียมเล็งขยาย Digial Ciy ไปยังเขต EEC และหัวเมืองต่างๆ ทั่วประเทศไทยต่อไป


นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แเพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด(มหาชน) หรือ PLANET ผู้ให้บริการเทคโน โลยีดิจิทัลแบบครบวงจร กล่าวภายหลังพิธีวางศิลาฤกข์ก่อสร้าง อาคารศูนย์ปฎิบัติการดิจิทัล Digital Monitoring and Operation Center (DMOC) ในพื้นที่โครงการ EEC SILICON TECH PARK อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระของ โดยมีนายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานสภาฯ เป็นประธานในพิธี รวมถึง รศ.ดร. สยาม เจริญเสียง ผู้อำนวยการสถาบัน FIBO ดร. ธัชพล กาญจนกูล ดร. เพ็ชร ชินบุตร รองเลขาธิการ EEC นายณไพโรจน์ เปี่ยมพงษ์สานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Silicon Tech Park นายอนันต์ นาคนิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง นายสุชิน พูลหิรัญ นายกเทศบาลตำบลบ้านฉาง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติให้เกียรติร่วมพิธี


ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับบริษัท ซิลิคอน เทคโนโลขี่ พาร์ด จำกัด ให้เป็นผู้บริหาร โครงการ รับผิดชอบในการออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล สำหรับโครงการ EEC SILICON TECH PARK โดยมีเป้าหมายนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการบริหารจัดการด้านพลังงานสะอาด ประหยัดพลังงาน มีโครงสร้างพื้นฐานที่มีความมั่นคง เพื่อให้สามารถดึงดูคบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลกให้มาลงทุนตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา(R&D Center) และศูนย์ออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design Center) ใน โครงการดังกล่าวโดยการก่อสร้างอาคารศูนย์ปฏิบัติการดิจิทัล Digital Monitoring and Operation Center (DMOC)แห่งนี้

ตัวอาคารมีขนาดพื้นที่รวม 6,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ศูนย์ปฏิบัติการดิจิทัล (DigitalMonitor and Operating Center-DMOC) และ FIBO Industrial Prototyping DEPO โดยในส่วนศูนย์ปฏิบัติการดิจิทัล (DMOC มีหน้าที่ควบคุมจัดการรวมระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital Infrastructures) 7 ด้านให้อยู่ใน Platform เดียวกัน โดยใช้การผสมผสานเทคโน โลยีทางด้านดิจิทัลหลายด้านให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิผล อาทิ Green Energy, Nextgen Telecom, Cloud Computing, Ai/Analytic, IoT, Digital Twins, BigData & GIS เปีนต้น และมีการรวบรวมข้อมูล ประมวลผล แจ้งเตือน ควบคุม จัดการ และรายงานในรูปแบบDashboard แสดงผลบน Video Wall ขนาด 3 x 16 เมตร เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบ จัดการ และสามารถแก้ไขสถานการณ์ในที่เดียวอย่างทันท่วงที โดย Digital Infrastructurces นี้ ประกอบด้วย 7 ด้าน คือ

1.ระบบสื่อสารมั่นคง (Nextgen Telecom/High Availability) ด้วยอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง Bandwidthสูงที่สุด (400 GB /รee) ให้บริการแก่ลูกค้าผ่านโครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก มีระบบสำรองผ่านโครงข่ายสื่อสารดาวเทียม และ 5G ทำให้มั่นใจได้ว่าการสื่อสารจะสามารถเชื่อมต่อได้ตลอดเวลา แม้เกิดปัญหาระบบใดระบบหนึ่งเสียหายขัดข้อง
2.ระบบไฟฟ้ามั่นคง (Electricity High Availability) มีระบบไฟฟ้าสำรองด้วย Solar Roof Generatorและ Energy Storage ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีไฟฟ้าใช้ตลอดเวลา และการใช้มิเตอร์ไฟฟ้าดิจิทัล
3.น้ำประปาที่มีคุณภาพดื่มได้ทันที (Clean Water Supply) ที่มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำด้วยระบบ IoT platform และการใช้มิเตอร์น้ำดิจิทัล
4. อากาศที่ไร้มลพิษ (No Air Pollution) ที่มีการตรวจสอบ PM 2.5, C02 และมลพิษอื่นด้วยระบบ IOT Platform สามารถแจ้งเตือนและแก้ไขได้ทันท่วงที


5.ดูแลเฝ้ระวัง รักษาความปลอดภัยของชีวิต ทรัพย์สิน ด้วยกล้องวงจรปีดดิจิทัล และ ระบบวิเคราะห์Analytics & AI ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อใช้ในการแจ้งเตือน สืบต้น และบริหารการจราจรภายในโครงการ
6.การบริหารสิ่งปฏิกูล (Waste Management) ในการลด การกำจัด และการนำกลับมาใช้ใหม่ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
7. การรักษาสุขภาพทางไกล (Telemedicine) เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ใน โครงการ สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลนายประพัฒน์ กล่าวว่า Digital Monitoring and Operation Center (DMOC) สำหรับควบคุมระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของโครงการ EEC SILICON TECH PARK จะเป็นต้นแบบเมืองอัจฉริยะดิจิทัลแห่งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โครงสร้างดิจิทัลอันเป็นส่วนสำคัญของ EEC SILICON TECH PARK


นอกจากจะมี Bandwidth สูงที่สุด (400 GB/sec) แล้วยังสามารถผสมผสานกับสัญญาณ 5G และ Low Orbit Satellites: Leo/Geo ให้บริการงานด้านอุตสาหกรรมต้องการความหน่วงต่ำ (Low Latency) และ การเชื่อมต่ออุปกรณ์ Industrial loTs หลากหลายชนิดและจำนวนมาก จนทำให้ได้ระบบการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสียด้านพลังงาน ลดอัตราการก่อเกิดคาร์บอน ลดภาวะโลกร้อน เป็นระบบที่ได้มาตรฐานระดับโลก ISO และอื่นๆ ที่ทำให้ประเทศไทยและภูมิภาคอยู่ระดับแกนนำด้าน BCG ที่สร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนคุณภาพมาสร้างเสริมอุตสาหกรรมในพื้นที่อีอีซี เตรียมวางแผนเร่งขยายผลสำเร็จเมือง
อัจฉริยะดิจิทัลให้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสามจังหวัดของ EEC และเมืองสำคัญต่างๆ ทั่วประเทศไทยและภูมิภาคต่อไป


Digital Monitoring and Operation Center ของ PLANET ใน โครงการ EEC SILICON TECH PARK นี้ จะเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับเมืองต้นแบบที่มากกว่าเมืองอัจฉริยะ (Smart City) แต่จะเป็นพื้นที่ ต้นแบบ (Sandbox) สำหรับเมืองอัจฉริยะดิจิทัล (Digital Ciy) ที่มีระบบโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Digital In frastructures) ที่เชื่อมโยงระบบต่างๆ เข้าด้วยกันเป็น Platform เดียวกัน โดยมีเป้าหมายในการลดโลกร้อน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คาคว่า การก่อสร้างอาคาร Digital Monitoring and Operation Center จะแล้วเสร็จในช่วงเดือนตุลาคม 2565 นี้


นายประพัฒน์ กล่าวต่อว่า จากการเดินทางไปโรดโชว์ รวมถึงติดต่อไปยังเอกชน ผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น อินเดีย ยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน ตะวันออกกลาง ให้เข้ามาใช้พื้นที่ โครงการ EEC SILICON TECH PARK ในการศึกษาวิจัย ออกแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อต่อยอดธุรกิจและอุตสาหกรรมในพื้นที่ อีอีซี พบว่าแนวโน้มได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะระบบ Digital Infrastructures ที่เราออกแบบให้บริการในพื้นที่ทั้งหมดของโครงการ ซึ่งคาดว่าในปี 2566 จะมีลูกค้าเข้าใช้บริการ 200 กว่าไร่ ในเฟสแรกทั้งนี้ การที่บริษัทฯ เข้ามาขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว นอกจากจะเป็นการสนับสนุน โครงการพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ตามแผนยุทธศาสตร์ภายใต้น โยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลแล้ว ยังมีเป้าหมายในการนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัล มาช่วยเร่งขับเคลื่อนให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม และมีบทบาทในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเมืองดิจิทัลได้เร็วมากขึ้น (Country Digital Acceleration)สำหรับในส่วนของอาคาร DMOC ด้านหนึ่ง ยังเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญมาก นั่นคือ “FIBO Industrial Prototyping DEPO”

โดยมีเป้าหมายทำงาน/ออกแบบพัฒนาการ ระบบต้นแบบ ด้าน Industry 4.0,Telerobotics- Telepresence, Medical Robotics, Cybernetics and Advance Artificial Intelligence and Singularity Systems ทั้งนี้เล็งผลเลิศถึงการใช้งานจริง โดยงานแรกที่จะเกิดขึ้นใน Facility นี้เป็นความร่วมมือระหว่าง FIBO และ SiaSun Shenyang, China พัฒนาระบบเครนขนาดใหญ่อัต โนมัติ รับตู้คอนเทนเนอร์ (50Tons) ทำงานผ่านสัญญาณ 5G สำหรับกิจการท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเรือมาบตาพุด ระบบดังกล่าวนี้จะขยายผลเป็นเชิงพาณิชย์โดยบริษัท SiaSนn ต่อไป รศ. ดร. สยาม เจริญเสียง ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (FIBO) กล่าวว่า FIBO เป็นสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทยตลอดเวลา 30 ปีที่ผ่านมา FIBO ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติอย่างมาก ทั้งนี้เราต่างจากสถาบันวิจัยอื่นๆตรงที่เราเน้นการประยุกต์ใช้งานจริงของเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (Field Robotics) ผลงานของเราหลากหลายประจักษ์อยู่ในวารสารงานวิชาการและ social media ทั่วไป htps:/www.kmutt.ac.thven/faculty/institute-of field -robotics/ นอกจากนี้ FIBO ได้ทำหน้าที่สร้างกำลังคนด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติใน ระดับปริญญาตรี-โท-เอก มาอย่างต่อเนื่อง ศิษย์เก่าและเครือข่ายปัจจุบันของเรากระจายครอบคลุมไปทั่วทั้งภาครัฐ-มหาวิทยาลัยและเอกชนอุตสาหกรรม

เดชา สุวรรณสาร ผสข.ภาคตะวันออก

 

Related posts